คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคลินิกรักษาผมร่วง คลินิกรักษาเส้นเลือดขอด ยศสินี คลินิก

รวมข้อควรรู้ก่อนใช้บริการที่ ยศสินี คลินิก

คลินิกรักษาผมร่วง

A : ที่ยศสินี คลินิก เป็นคลินิกรักษาผมร่วง และยังให้บริการรักษาในแขนงอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น คลินิกรักษาเส้นเลือดขอด, รักษาหลุมสิว , เลเซอร์รักษาฝ้า และ เลเซอร์กระเนื้อ

A : ที่ยศสินี คลินิก ให้บริการเกี่ยวกับการรักษาเส้นผมและหนังศีรษะอย่างครอบคลุม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินการรักษาอย่างตรงจุด
A : คลินิก ยศสินี มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 สาขา คือ คลินิกรักษาผมร่วง กรุงเทพ, คลินิกรักษาผมร่วง นนทบุรี และ คลินิกรักษาผมร่วง นครปฐม
A : สำหรับโปรแกรมการรักษาผมร่วง ผมบางที่ ยศสินี คลินิก จะมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ได้แก่
  • Hair process หรือการฉีดวิตามินฟื้นฟูสภาพเส้นผมเข้าสู่รากผมโดยตรง
  • Hair Balancing Hormone หรือการฉีดวิตามินปรับสมดุลย์ฮอร์โมนเข้าสู่รากผมป้องกันการหลุดร่วง
  • Growth Factor Therapy หรือการฉีด Growth Factor ที่สกัดมากจากพลาสมาจองคนไข้แต่ละคนด้วยขั้นตอนปราศจากเชื้อเพื่อให้รากผมเเข็งแรงจากภายในเซลล์รากผม ป้องกันการหลุดร่วง กระตุ้นผมขึ้นใหม่
  • Injection for Hair Loss หรือการฉีดตัวยารักษาผมร่วงสูตรของแพทย์เฉพาะตามการวินิจฉัยโรคผมร่วงราย บุคคล
  • Light and LASER หรือการฉายแสงเลเซอร์ลดการหลุดร่วงของเส้นผมกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาที่หนังศีรษะ
A : เครื่อง Dermoscope เป็นเครื่องวิเคราะห์ตรวจหาสาเหตุของผมร่วง โดยผ่านกล้องจุลทรรศน์ทำให้สามารถเห็นพยาธิสภาพของตัวโรคลึกถึงรากผม เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
A : สำหรับจำนวนครั้งในการรักษาผมร่วง ผมบาง ขึ้นอยู่กับโปรแกรมในการรักษา แต่โดยส่วนมากแล้วก็จะไม่เกิน 20 ครั้ง
A : สำหรับแนวทางในการรักษาของทางคลินิก เรียกได้ว่าเป็นการฉีดวิตามินเพื่อเข้าไปกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาที่หนังศีรษะ เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง และงอกใหม่ได้มากขึ้น
A : การฉีดวิตามินบำรุงผม ก็เหมือนกับการฉีดวิตามินบำรุงผิวทั่วไป จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน
A : หลังจากการฉีดวิตามินบำรุงผมที่ คลินิกรักษาผมบาง ยศสินี คลินิก แล้ว จะเห็นผลการรักษาที่ชัดเจนอยู่ที่ 3 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพผมเดิมของแต่ละบุคคล
A : โดยปกติแล้ว ผลลัพธ์จากการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 1-3 ปี ซึ่งเป็นอายุขัยของเส้นผม แนะนำให้ฉีดต่อเนื่องทุก 2-3 เดือน เพื่อคงสภาพความสมบูรณ์ของเส้นผมเอาไว้
A : ผู้ป่วยมะเร็งสามารถรักษาได้ หากเป็นในระยะแรก แต่ถ้ามีอาการผมร่วงที่ส่งผลมาจากการทำคีโมเทอราปี ควรรอคีโมเทอราปีให้ครบก่อน แล้วค่อยมากระตุ้นจะเห็นผลดีกว่าในระยะยาว
A : การฉีดยาเส้นเลือดขอด มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีคือ การฉีดยาสลายเส้นเลือดขอด เป็นการฉีดยา sclerosing agent เข้าเส้นเลือดเสียเพื่อสลายเส้นเลือด และ การฉีดโฟมเข้าเส้นเลือดขอด จะทำให้หลอดเลือดดำที่เป็นเส้นเลือดขอดตีบตัวลง
A : อาการของเส้นเลือดขอดจะอยู่ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย เช่น น่องขา ต้นขา ขาพับ บางรายอาจปวดเมื่อยขา แต่บางรายอาจไม่มีอาการร่วม ซึ่งทั้งหมดหากปล่อยไว้นานจะมีโอกาสเป็นมากขึ้นได้
A : หากปล่อยทิ้งไว้ อาการของเส้นเลือดขอดที่ร้ายแรงและน่ากลัวที่สุดคือ เส้นเลือดขอดแตก มีอาการตกเลือด ซึ่งบางครั้งเป็นที่ส่วนอื่นนอกเหนือจากขา เช่นหลอดอาหาร ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
A : สำหรับเข็มที่ใช้ฉีดผู้ป่วยนั้นจะมีขนาดที่เล็กมาก จึงให้ความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
A : ปริมาณยาที่ใช้ในผู้ป่วยแต่ละรายจะไม่เหมือนกัน ดังนั้น จำนวนครั้งในการรักษาก็ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมินอย่างเหมาะสมที่สุด แต่โดยทั่วไปแล้วก็จะอยู่ที่ประมาณ 3-10 ครั้ง
A : ห้ามฉีดในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
A : หากคนไข้มีหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าหลุมสิวมีขนาดที่รุนแรงที่สุด ก็จะค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ โดยจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นานกว่า
A : การรักษาหลุมสิว ที่ ยศสินี คลินิก สามารถรักษาได้ทั้งหมด 4 วิธีด้วยกัน คือ

  1. การทำทรีตเมนต์ Organic Peel
  2. การทำเลเซอร์
  3. Derma Crystal
  4. การฉีดฟิลเลอร์
A : การรักษาหลุมสิวแต่ละวิธี ก็มีข้อแตกต่างกันออกไป แนะนำให้เลือกปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้การรักษาหลุมสิวที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยทุกระดับความรุนแรง
A : การรักษาฝ้าที่ ยศสินี คลินิก มีอยู่ด้วยกัน 3 วิธี คือ

  1. เลเซอร์รักษาฝ้า LASER Qswitch
  2. เลเซอร์รักษาฝ้า IPL
  3. Peeling (ลอกฝ้า)
  4. การฉีดวิตามินละลายฝ้าเข้าสู่ผิวโดยตรง
A : การรักษาฝ้าด้วยการ เลเซอร์รักษาฝ้า IPL หรือ Intense Pulse Light เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง และเห็นผลชัดเจนมากที่สุด
A : การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ไม่เจ็บ ไม่มีรอยแผลและรอยแดงมีเพียงความรู้สึกอุ่น ๆ เท่านั้น
A : ไม่ว่าจะเป็นฝ้า กระ ฝ้าแดด ฝ้าลึก-ตื้นแค่ไหน คุณหมอแนะนำให้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยระยะเวลาอยู่ที่ 3-10 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากที่สุด
A : การเลเซอร์กระเนื้อ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด ในทางกลับกัน จะช่วยกำจัดติ่งเนื้อที่ไม่ต้องการออกไปได้อย่างหมดจด ไม่ว่าจะเป็นติ่งเนื้อ ไฝ หรือขี้แมลงวันก็ตาม
A : ในการเลเซอร์กระเนื้อ จะใช้เครื่องเลเซอร์ Co2 Laser ซึ่งเป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงมาก
A : หลังจากเลเซอร์กระเนื้อ อาจมีสะเก็ดแผลเล็กๆ แต่จะหายไปได้เองภายใน 5-7 วัน ไม่ได้ทิ้งเป็นรอยแผลเป็นอยู่บนผิว
A : โดยส่วนมากแล้ว ทางคลินิกจะเน้นไปที่การรักษาแบบฉีดฟิลเลอร์ ฉีดวิตามิน และการทำเลเซอร์ ซึ่งหัตถการเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องมีการพักฟื้นแต่อย่างใด
A : เลเซอร์ช่วยให้ผิวขาวใสได้และจะได้ผลดียิ่งขึ้นถ้ารักษาร่วมกับการฉีดวิตามินและทำทรีทเม้นต์ของทางคลินิก